The Blue Bird(1)
บทละครโดย : Maurice Maeterlinck
เรื่องนี้จริงๆแล้วเป็นบทละครแนว Symbolism จ้ะ ผู้แต่งใช้กลวิธีใช้สัญลักษณ์สื่อความหมายของสิ่งที่เขาต้องการจะนำเสนอในบทละคร ตอนนี้เรายังไม่บอกว่า สิ่งที่เขาต้องการจะบอกนั้นคืออะไร อยากให้เพื่อนๆได้ลองอ่านดูและลองดูเอาว่า เรื่อง นกสีฟ้า นี้ ต้องการจะบอกอะไรกับเรานะ ^^
ฉบับที่เราแปลนี้แปลมาจากเรื่อง Children's Blue Bird ซึ่งเป็นผลงานของ Georgette Leblanc (หรือ Madame Maurice Maeterlinck)จ้า ซึ่งเขาได้นำบทละครที่ว่านี้ มาทำให้เด็กๆอ่านง่ายขึ้นโดยแปลงจากบทละครให้เป็นนิทาน สามารถหาอ่านต้นฉบับที่เราแปลได้จากเวบนี้เลยจ้ะ >> http://kellscraft.com/ChildsBlueBird/childbluebirdcontent.html
ว่าแล้วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาอ่านเรื่องนี้กันเลยดีกว่า ^^ มีหลายตอนหน่อยนะจ้ะต้องตามอ่านกันนิดนึงเพราะตัวบทละครเองก็ยาวเกือบ 160 หน้าได้ แต่รับรองเลยว่าอ่านไปแล้วไม่มีเบื่อเลยล่ะ
เปิดหนังสืออ~~
บทที่ 1 กระท่อมคนตัดไม้
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คนตัดไม้อาศัยอยู่กับภรรยาของเขาในกระท่อมหลังน้อยซึ่งตั้งอยู่ในป่าที่แสนจะเก่าแก่และกว้างใหญ่ พวกเขามีลูกตัวเล็กๆสองคนผู้ซึ่งจะได้พบกับการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจในเวลาต่อมา
แต่ว่า ก่อนที่ฉันจะได้เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณฟังนั้น ขอให้ฉันได้แนะนำคุณให้รู้จักกับตัวละครตัวน้อยๆของฉันเสียก่อน เพราะหากพวกเขาไร้ซึ่งความอ่อนโยนและความกล้าหาญในตัวแล้ว เรื่องราวที่น่าพิศวงนี้ก็คงจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้
"ทีเทิล" คือชื่อพระเอกของเรา เขาเป็นเด็กชายตัวเล็กๆอายุ 10 ขวบ ผู้ซึ่งมีน้องสาวตัวน้อยที่อายุเพียงแค่ 6 ขวบ
ทีเทิล เป็นเด็กชายที่ร่างกายแข็งแรงและมีความกล้าหาญ ผมหยักศกสีดำของเขามักจะพันกันยุ่งอยู่บนหัวของเขาตลอดเวลา ทีเทิลเป็นเด็กที่น่ารักและน่าหลงใหล ไม่ใช่เพียงแค่จากรอยยิ้มหรือแววตาที่สดใสของเขาเท่านั้น แต่เขายังเป็นเด็กชายผู้ซึ่งหัวใจของเขาไม่รู้จักความกลัวอีกด้วย ในตอนเช้า ทีเทิลมักจะเดินไปกับพ่อของเขาเข้าไปในป่า แม้เสื้อผ้าของเขาจะเก่าและมอมแมม แต่เด็กน้อยกลับดูน่าชื่นชมและน่าหลงใหลเสียจนสรรพสิ่งบนพื้นโลกและท้องฟ้าต่างพากันแย้มยิ้มให้เขายามที่เขาเดินผ่าน
น้องสาวตัวน้อยของทีเทิลนามว่า มีเทิล ช่างต่างกับพี่ชายราวฟ้ากับดิน เธอแลดูอ่อนหวานและสวยสง่าในชุดเสื้อคุลมยาวตัวเก่งของเธอซึ่งแม่ของเธอบรรจงถักให้ด้วยความปราณีต ดวงตากลมโตของเธอมีสีฟ้าสดใสราวกับดอก Forget-me-nots ที่ชูช่ออยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ไม่ว่าอะไรบนพื้นโลกใบนี้ก็ทำให้เธอกลัวได้แทบทั้งสิ้นและเธอก็มักจะร้องไห้เพราะสิ่งต่างๆเหล่านั้นเป็นประจำ แต่จิตวิญญาณดวงน้อยๆของเธอก็ช่างเปี่ยมล้นไปด้วยคุณลักษณะของเพศแม่ มีเทิลเป็นเด็กสาวที่อ่อนหวานและรักพี่ชายมาก เธอไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลงร่วมทางไปกับพี่ชายของเธอในการเดินทางที่แสนยาวนานและเต็มไปด้วยอันตรายครั้งนี้
เกิดอะไรขึ้นและเหตุใดผู้กล้าตัวน้อยทั้งสองของเราต้องออกไปผจญโลกกว้างในคืนๆหนึ่งเพื่อตามหาสิ่งที่เรียกว่า "ความสุข" นั่นคือเรื่องราวที่ฉันกำลังจะบอกให้คุณได้ทราบต่อจากนี้ไป
กระท่อมของคนตัดไม้จัดว่าเป็นบ้านที่ยากจนที่สุดในพื้นที่แถบนี้ก็ว่าได้ และดูเหมือนจะยิ่งทำให้ผู้อยู่ในบ้านเจ็บช้ำน้ำใจมากขึ้นเมื่อบ้านตรงข้ามของพวกเขา เป็นบ้านของครอบครัวที่ร่ำรวยมากครอบครัวหนึ่ง คุณสามารถมองผ่านหน้าต่างจากกระท่อมหลังนี้ไปยังบ้านของเด็กๆที่มีอันจะกินเหล่านั้นได้ตลอดเวลา คุณได้รับรู้ว่าอะไรมีเกิดขึ้นบ้างในห้องทานอาหารหรือห้องรับแขกซึ่งทุกเย็นไฟในห้องเหล่านั้นจะถูกจุดให้สว่างไสวแลดูอบอุ่น และในตอนกลางวัน เด็กๆก็จะออกมาวิ่งเล่นที่ระเบียง, สนามหญ้า และตามเรือนกระจกที่ซึ่งผู้คนมากมายมักจะเดินทางมาจากตัวเมืองเพื่อมาเยี่ยมชมดอกไม้พันธ์หายากชนิดต่างๆที่ถูกปลูกไว้ในเรือนกระจกแห่งนี้
คืนนี้ เป็นคืนที่พิเศษกว่าคืนไหนๆ เพราะมันเป็นคืนวันคริสมาสต์อีฟ แม่พาลูกๆทั้งสองเข้านอนและจุมพิตพวกเขาอย่างอ่อนโยนยิ่งกว่าคืนไหนๆ หล่อนรู้สึกเสียใจเพราะสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้พ่อไม่สามารถเข้าไปตัดไม้ในป่าได้ และทำให้เขาไม่มีเงินมาซื้อของขวัญให้ลูกๆทั้งสอง ไม่นาน ทีเทิลและมีเทิลก็ผล็อยหลับไป สรรพสิ่งสงบเงียบและนิ่ง ไม่มีเสียงใดเกิดขึ้นนอกจากเสียงครางเบาๆของแมว เสียงกรนของเจ้าหมา และเสียงติ๊กๆจากนาฬิกาของคุณปู่ ทันใดนั้นไฟในห้องก็สว่างขึ้น ตะเกียงจุดด้วยตัวมันเองเด็กทั้งสองตื่นขึ้นมา หาว ขยี้ตา และเหยียดแขนขาไปมาบนเตียง และแล้ว ทีเทิลก็ส่งเสียงเรียกน้องสาวเบาๆ
"มีเทิล"
"หืม?" สาวน้อยตอบกลับ
"หลับอยู่หรือเปล่า?"
"แล้วพี่ล่ะ หลับอยู่หรือเปล่า"
"เปล่า" ทีเทิลตอบพลางมองหน้าน้องสาว "ถ้าฉันหลับอยู่ ฉันจะพูดกับเธอได้ยังไงล่ะ"
"วันนี้เป็นวันคริสมาสต์หรือเปล่า พี่ชาย" มีเทิลถาม
"ยัง พรุ่งนี้ต่างหากที่เป็นวันคริสมาสต์ แต่ปีนี้ซานตาครอสไม่ได้เอาของขวัญมาให้พวกเราหรอกนะ"
"ทำไมล่ะ"
"พี่ได้ยินแม่บอกว่า แม่ไม่สามารถเข้าเมืองไปบอกซานต้าได้ แต่ปีหน้าเขาจะมาแน่นอน"
"ปีหน้านี่นานไหมคะพี่"
"ก็นานพอดูอยู่นะ" พี่ชายตอบ " แต่ซานต้าจะไปหาเด็กๆที่ร่ำรวยคืนนี้"
"จริงหรอ"
"ดูนี่สิ" ทีเทิลร้องออกมาเมื่อมองไปเห็นตะเกียงบนโต๊ะ "แม่ลืมดับตะเกียง...ฉันมีความดีๆแล้ว มีเทิล!!"
"อะไร"
"ลุกขึ้นมาเร็ว!"
เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่าเนอะ ยาวมากเดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน ^^" ถ้าชอบก็ติดตามอ่านกันได้นะจ้ะ จะแปลมาลงเรื่อยๆ พอดีช่วงนี้ปิดเทอม คงไม่ดองนานหรอกจ้า แหะๆ
edit @ 2006/10/12 09:44:03
edit @ 2006/10/12 09:44:52
