แฮ่ๆ เพิ่งกลับมาจากไปดูม้าที่ต่างจังหวัด พอกลับมาก็รู้สึกว่าวันจันทร์เป็นวันฤกษ์งามยามดีที่จะปัดฝุ่นบล๊อคตัวเองเสียบ้าง ก็เลยเข้ามาอัพไป 1 เอนทรี่กันบล๊อคส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว แล้วก็ต่อด้วยไปชะเวิบชะว้าบตามบล๊อคคนอื่น ไปๆมาๆ ก็โดน Tag ซะงั้น ตอนแรกยังเบลอๆเพราะอยู่หลังเขามานานไม่รู้เรื่องรู้ราวว่ามันคืออะไร แต่ตอนนี้ทราบแล้วล่ะฮ่า
ได้รับการ Tag จาก พี่กี และ น้องผึ้ง จ้า ถึงจะมีเส้นใต้แต่ก็คลิ้กไม่ไปหรอกนะจ้ะทำไว้หลอกตายังงั้นเองล่ะ อิอิ เอาล่ะ เลิกพิรี้พิไรแล้วเข้าเรื่องดีกว่า
1. จริงๆแล้วดั๊นเป็นคนธรรมะธัมโมนะฮ้า
ถ้าใครเคยคุยกับฮิโตะหรือสนิทกันพอสมควร ก็อาจจะรู้สึกว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยมีแก่นสารอะไรเท่าไหร่ วันๆมีแต่ระลื่นหลั่นล้า ลอยไปลอยมา รายงานก็ชอบทำแบบชิวๆ หนังสือก็อ่านก่อนสอบหนึ่งวัน รู้สึกว่าตัวเองดีกว่าโนบิตะนิดเดียวเองแหะ กร๊ากก
แต่จริงๆแล้วเนี่ยอ่ะนะ ฮิโตะก็เป็นคนที่ฝักใฝ่ในธรรมอยู่พอตัวทีเดียวเชียวแหละ หลายคนอาจคิดว่า "หน้าอย่างเนี้ยอ่ะนะ? ต๊าย ไม่น่าเชื่อ!!!!! ให้ตายเถอะโรบิ้น ให้จริงเถอะโรเบิร์ต!!!! แล้วโรเบิร์ตกับโรบิ้นเป็นใครก็ไม่รู้ ว้ายๆ" แหม่ จะคิดยังงั้นก็ไม่ผิดหรอกเพราะปกติก็ไม่เคยคุยเรื่องพวกนี้กับใครเพราะเข้าใจว่ามันแอบน่าเบื่อ ( ฮา ) โอกาสที่จะได้สนทนาธรรมกับคนรอบข้างก็เลยมีน้อย ถ้าจะได้พูดคุยจริงๆ คงเป็นใน AF มากกว่า แบบว่าเวลาใครมีปัญหาอะไรหนักอกหนักใจเกี่ยวกับชีวิตหรืออะไรเทือกนี้ ก็มีโอกาสได้เข้าไปตอบบ้างตามความเหมาะสม แฮ่มๆ
เห็นหน้าแบบนี้เนี่ย มดซักตัวฮิโตะยังไม่อยากเหยียบมันเลย ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เวลาเดินเลยดูเหมือนคนชอบก้มหน้าเดิน เพราะกลัวไปเหยียบอะไรตายนั่นเอง
2. เคยเกือบตายเพราะถูกม้าเหยียบ
ก็อย่างที่หลายๆคนอาจจะทราบไปแล้วว่าฮิโตะเป็นคนที่ชื่นชอบม้าและการขี่ม้าม๊ากมาก ขนาดที่ว่าถ้าให้เลือกระหว่างขอซื้อรถกับม้า ต้องเลือกม้าอันดับหนึ่งแหงมๆ ดีไม่ดีอาจจะได้ขี่ม้าไปมหาลัย
ปกติก็เรียนขี่ม้าอยู่ที่โปโลคลับ ซึ่งตั้งอยู่แถวหลังสวนใกล้ๆ สน.ลุมพินี จ้ะ เป็นที่ที่เรียนมาตั้งแต่จำความได้เลยล่ะ ทุกวันก็ขี่ปกติไม่มีอะไรมาก แต่มีอยู่เหตุการณ์ตกม้าครั้งนึงที่จำได้แม่นมากๆ ปกติเราก็ตกม้ามาหลายครั้งแล้วนะ แต่ครั้งนี้ครูบอกว่าน่ากลัวที่สุดเลย เนี่ย กำลังนึกเสียดายว่าน่าจะมีกล้องวิดีโออัดไว้ จะได้ส่งเทปไปออกรายการตลกหรือรายการพวกอุบัติเหตุสยองๆที่ต่างประเทศ ได้ตังกินขนมอีกด้วย อิอิ แหม่ เราต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสสิเนอะ
เรื่องก็มีอยู่ว่า ตอนนั้นกำลังเรียนขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางอยู่ ก็ไม่ได้กระโดดสูงอะไรมากมายหรอก แต่พอดีเราไม่ค่อยได้เรียนแบบนี้ก็เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่ พอม้ากระโดดลงถึงพื้นปุ๊ป เราก็เสียการทรงตัวขึ้นไปนั่งบนคอม้า แล้วม้าก็วิ่งต่อไปเรื่อยๆ จนเราเสียหลักอีกครั้ง ด้วยความกลัวตกกระแทกพื้นเราก็เลยจับคอม้าเอาไว้ แต่กลายเป็นว่ามือมันลื่น ตัวเราเลยไถลไปอยู่ด้านหน้าของคอม้า ( ตรงส่วนหน้าอกม้าอ่ะ ) แล้วก็ลื่นลงไปเรื่อยๆจนมือหลุด ตัวเราเลยไถลไปใต้ท้องม้า แน่นอนว่าถ้าไม่โดนเหยียบเลยก็ปาฏิหารย์โอเว่อร์เกินไปแล้ว ม้ามันมีตั้ง 4 ขา ไอ้ตัวเราก็ไม่ใช่เล็กๆ ก็มีสักสองขามั้งที่เหยียบโดนเรา โดนเข้าไปตรงลิ้นปี่ กับ ต้นแขน
ถ้าใครเคยโดนชกหรือเดินชนอะไรตรงลิ้นปี่ จะรู้ว่ามันทั้งจุกทั้งเจ็บจนพูดไม่ออก นี่ม้าก็หนักตั้ง 200 กก. ถ้าไม่เจ็บเลยก็คงจะแปลกล่ะ เราเจ็บตรงลิ้นปี่มากและก็เจ็บร้าวไปถึงหลังเลยแหละ ต้องเดินตัวงอๆไปหลายวัน เอิ๊กๆ ส่วนแขนนั่นเป็นรอยรูปเกือกม้าม่วงๆอยู่ 3 อาทิตย์เลย ตลกดี แต่โดนแค่นี้นับว่าโชคดีมากนะ ถ้าฮิโตะโดนเหยียบส่วนหน้า คงจะไม่ได้มีโอกาสมานั่งพิมพ์อยู่ตรงนี้แล้วล่ะ
3. เป็นคนชอบทำอะไรจับจด
อันนี้เป็นนิสัยที่แย่มากที่สุดของฮิโตะเลย คือ เป็นคนที่ทำงานอะไรซ้ำๆกันไม่ค่อยได้นาน เป็นคนขี้เบื่อง่าย อย่างวาดการ์ตูนเรื่องยาวๆอ่ะ ฮิโตะเคยเริ่มวาดส่งงานบูมมาได้ 4 - 5 ครั้งแล้ว แต่ที่ได้ส่งจริงๆมีแค่ 2 ครั้งเอง แถมตอนท้ายๆเรื่องงานชุ่ยมากๆอีกต่างหาก ไอ้ตอนมีไฟก็จะทำทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดหย่อน แต่พอไม่ถึง 2 อาทิตย์ เมื่อไฟมอด ก็จะขี้เกียจวาดต่อแล้ว ตอนนี้ที่บ้านมีงานการ์ตูนที่วาดค้างไว้ ประมาณว่ามีไม่ถึง 10 หน้า อยู่ตั้ง 5-6เรื่องแน่ะ ไม่นับรวมเรื่องที่วาดได้แค่หน้าปกก็เลิกอีกนะ กร๊ากก
เป็นนิสัยที่แย่จริงๆแหละ กำลังคิดว่าต้องกำจัดนิสัยนี้ออกไปให้ได้ เพราะเกรงว่ามันจะเป็นอุปสรรคต่อไปเมื่อทำงานแล้ว
4. กลัวผีแบบเข้ากระดูกดำ
เชื่อว่าหลายๆคนคงกลัวผีเหมือนกัน แต่สำหรับฮิโตะนี่เรียกว่าเข้าขั้นรุนแรงเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะกลัวแล้ว ยังเป็นคนที่มีจินตนาการบรรเจิดอีกต่างหาก ประมาณว่าถ้าให้คิดพล๊อตเรื่องส่งหนังผี เราคงมีเป็น 100 เรื่อง ถ้าอยูในที่มืดๆคนเดียวเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่จะคิดถึงคือ เดี๋ยวผีจะออกมาแล้ว เดี๋ยวผีจะออกมาแล้ว ตามด้วยการคิดภาพในใจ วางพล๊อตว่าจะออกมาตรงไหน มีเสียงซาวน์เอฟเฟคประกอบพร้อมสรรพด้วยนะ 555+
เวลาฟังอจ.ในห้องเรียนสอน ไม่รู้ทำไมจำไม่ค่อยได้ แต่ถ้ามีใครเล่าเรื่องผีให้ฟังนะ รับรองว่าจำติดหูไปอีกหลายปี แถมมันก็มักจะคิดถึงเรื่องเหล่านั้นได้ตอนปิดไฟจะนอนซะอีก โอ้โห บางทีนอนไม่หลับ 3 ชม. เพราะกลัวจะเห็นผีนี่แหละ ต้องไปปลุกพ่อให้มานอนด้วย แล้วยิ่งถ้าวันไหนหลับได้แล้ว แล้วอยู่ๆตื่นขึ้นมาตอนเวลาตี 3 เป๊ะ ( ซึ่งเราจะเป็นบ่อยมาก ) นี่นะ จะต้องวิ่งแจ้นไปนอนคลุมโปงห้องพ่อเลยแหละ กลัวมากๆ ถ้ายังไงเจอกันคราวหน้า อย่าเล่าเรื่องผีให้เค้าฟังน้า..... TxT
5. รักเอย~
มีหลายคนที่โดนแท๊กแล้วชอบเขียนเรื่องเกี่ยวกับความรัก เราก็เลยขอยืมหัวข้อมาใช้บ้างละกันเนอะ อิอิ เนื่องด้วยโรงเรียนตั้งแต่ประถมถึงม.ปลายเป็นโรงเรียนหญิงล้วน เราก็เลยไม่มีความรักอะไรเข้ามาในชีวิตเลย ( โคดอับเฉา ) จะมีก็แต่พวกเพื่อนๆที่เป็นดี้แล้วคิดว่าเราเป็นทอม เข้ามาจีบ มีคนนึงทำแบบในหนังเลยอ่ะ คือ เข้ามากระแซะๆแล้วขอให้ช่วยสอนเล่นบาส โอย คิดแล้วสยิว เอ้ยยยย...สยอง!!! ไม่รู้ว่าทำไมที่โรงเรียนเก่าชอบติดค่านิยมที่ว่า ถ้าเป็นนักกีฬาบาสแล้วจะต้องเป็นทอม ด้วยก็ไม่รู้ =3= ถึงแม้จะเคยโดนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชายตอนคอส 2-3 ครั้ง แต่มันก็ไม่เกี่ยวนา บุ่ยๆๆ
แฮ่ม แล้วพอเข้ามหาลัย ไอ้เราก็นึกว่าจะได้มีฟอแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาเสียที ก็ปรากฏว่าติดคณะอักษร ซึ่งประชากรประมาณ 99.5 เป็นผู้หญิงกับผู้ชายที่เป็นผู้ชายเพียงแค่ด้านกายภาพ ส่วนอีก 0.5 เป็นผู้ชายแท้ซึ่งมีเปอเซนจะเบี่ยงเบนอีกต่างหาก
แต่ถึงอย่างนั้นฮิโตะก็เคยแอบปิ๊งรุ่นพี่คนนึงในคณะค่ะ ตอนเข้ามาปี1 รู้สึกว่าเขาเป็นรุ่นพี่ที่แฮนซั่มมากๆ ผมยาวประบ่า ( ตอนนั้นรสนิยมเป็นอย่างนั้นอ่ะนะ ) หุ่นดี ยิ้มแล้วโลกสดใส เล่นกีฬาก็เก่ง และที่สำคัญที่ทำให้สาวๆในคณะกรี๊ดเพราะพี่แกเล่นดนตรีเค่อะ โอ้โห เป็นอะไรที่ป๊อปมากๆ จำความรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นอารมณ์แบบ puppy love เราก็คลั่งเขาอยู่ได้แค่เทอมเดียว แล้วจากนั้นก็เลิกชอบไป เพราะก็สังเกตว่าเขาไม่ใช่คนดีอย่างที่เราคิด
ตอนนี้ก็เปล่าเปลี่ยวเอกา หนาวทั้งกายหนาวทั้งใจ ( โห จะบิ้วอารมณ์ทำมิวสิคหรอ อินี่ ) ก็... ปี 3 เทอม 2 แล้วอ่ะนะ ยังไม่เห็นมีหนุ่มๆเข้ามาในชีวิตทำให้จิตใจเบิกบานสักคน โซแซด.... ตอนนี้พอโตขึ้นสเป๊คผู้ชายเราก็เปลี่ยนจากตอนเด็กๆมากทีเดียว แต่ในความรู้สึกเรามันก็ยังเป็นสเป๊คเครื่องที่สูงอยู่ดี กร๊ากกก สงสัยชาตินี้ก็คงจะเป็นคุณนายทึนทึกแบบนี้ต่อไปน่ะแหละ อิอิ ^^
ก็อ่านขำๆพอเน้อ อย่าคิดอะไรมากจ้ะ ส่วนคนที่เราจะส่ง tag ต่อให้คือ
1. เฟิร์นจางงงงงง Kitsune
2. น้อง Makumi
3. ลุงนุก เดอ แบรทพิท ขานี้ท่าทางจะห่างหายจากบล๊อคไปนานกว่าเราอีกแหะ
4. อืมๆ หาคนแท๊กต่อไม่ได้แล้วเพราะทุกคนโดนกันไปหมดแล้วอ่ะ =[]= งั้นเอาเป็นคนที่มาตอบบล๊อคคนที่ 2 ละกาน
5. คนที่ตอบบล๊อคคนที่ 3 ละกันอ่ะ เล่นง่ายไปไหมนี่
ปล. ถ้าคนที่มาตอบได้เคยทำไปแล้วก็ไม่เป็นไรจ้ะ ถือว่าโมฆะไปละกันนะ ^^/
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบฮ่า รู้สึกว่ายาวเหมือนกันนะเนี่ย แหะๆ
edit @ 2007/01/09 11:44:37
