สวัสดีจ้า ช่วงนี้ฮิโตะก็ยังอยู่ในช่วงฝึกงานแหละ แต่อาทิตย์ที่แล้วได้เปลี่ยนจากงานเสิร์ฟ(และแอบจกอาหารกินในครัว) มาเป็นพนักงานฟร้อนท์จ้า งานฟร้อนท์หรือรีเซฟชั่นในโรงแรม เป็นที่ที่แรกที่ลูกค้าจะเข้ามาเพื่อมาติดต่อเช็คอินเข้าห้อง ซึ่งส่วนใหญ่ตามกฏสากลโลกแขกจะต้องเช็คอินหลังเที่ยงเพื่อให้แขกคนก่อนเช็คเอ้าท์ออกไปก่อน ดังนั้นอินี่ที่เข้างาน 8 โมงเช้าจึงไม่มีอะไรทำไปตามระเบียบค่ะ เช้ามาก็ยืนปั้นหน้าสวย เหล่คนโน้นทีคนนี้ที
แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละค่า ท่านผู้อ่านขา แบบว่าแขกประมาณ 50 เปอเซนของที่นี่.....หน้าตาจัดว่าดีปานกลางถึงดีมากค่า!!!!!! @_@ เนื่องจากจะเป็นฝรั่งเสียส่วนใหญ่และชาติที่เข้ามาเยอะมากๆก็จะเป็นเยอรมันกับฝรั่งเศส โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด พระเจ้าจอร์จทอดกล้วย หน้าตาหล่อๆนี่เดินกันให้ควั่กค่ะ แถมเวลามาเช็คอิน คุยกับฟร้อนท์ ก็จะยิ้มแย้มอัธยาศัยดีเป็นเลิศ ประมาณว่าถ้ายิ้ม 1 ครั้งลดราคาห้องให้เขา 100 บาท ป่านนี้ฮิโตะคงขาดทุนไปแล้วล่ะค่า ใจละลาย ทำงานฟร้อนนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง ฮุฮิ
แต่พวกที่อัธยาศัยแย่ๆก็มีไม่ใช่น้อยค่ะ แขกบางคนก็เอาแต่ใจตัวเอง บางคนพอขอบัตรเครดิตมาเพื่อค้ำประกัน ( อย่างที่เรารู้กันว่าเวลานอนโรงแรมส่วนมากจะต้องให้บัตรเครดิตหรือเงินสดเพื่อประกันว่าเราจะไม่ชิ่งหนี ไม่จ่ายค่าห้อง บลาๆ และเงินตรงนี้จะได้รับคืนเมื่อเช็คเอ้าท์แล้ว ) ก็จะไม่ยอมให้ เหมือนกับว่าเขาไม่เข้าใจ บางคนก็คิดว่าตัวเองหน้าตาน่าเชื่อถือพอที่จะไม่ต้องมีอะไรค้ำประกัน แต่ในโลกธุรกิจนี่เชื่อถือกันไม่ค่อยได้นะคะ ขนาดเพื่อนพ่อที่สนิทกันมา 20-30ปียังโกงกันได้เลย ดูเอาเต๊อะ =[]=
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มีอีกเรื่องที่น่าตืนตาตื่นใจไม่แพ้เรื่องฝรั่งหล่อค่ะ คือ เมื่อวานซืนหลังจากเลิกงาน ฮิโตะก็ขับรถกลับบ้านตามปกติ แต่ที่ผิดคาดคือรถติดยังกะปลากระป๋อง สงสัยเป็นคืนก่อน long weekend บางคนก็ออกมาเที่ยว บางคนก็ออกมาเคลียร์งาน บางคนก็ไปต่างจังหวัดกันเลยซะงั้น จากปรกติที่เคยขับแค่ 20-30 นาทีก็ถึงบ้าน กลายเป็น 2 ชม.ค่ะ แต่อันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องค่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากขับมาชม.ครึ่งจนประมาณ 200 เมตรจะถึงปั้มใกล้ๆบ้าน เครื่องยนต์ดับค่ะท่านผู้ชม... พอดูหน้าปัดปรากฏว่าน้ำมันหมด -__-" และที่มันตลกมากๆคือ น้ำมันดันมาหมดก่อนถึงปั้ม 200 เมตร!!!!!!!!!!!!!!!! โอ้ยยย อยากจะเอาหัวชนเต้าหู้ยี้ตาย รถมันก็ติดมากค่ะขยับไปไหนไม่ได้เลย พอไฟเขียวปุ๊ปรถข้างหลังก็บีบแตรไล่เรากันให้ควั่ก รู้สึกผิดและก็ตกใจมากๆเลยตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูก ขนาดจะโทรหาพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือยังคิดไม่ออกเลย ณ ตอนนั้น
หลังจากนั่งลองสตาร์ทรถอยู่ได้ 5 นาที ( ตอนนี้เพิ่งจะมาคิดได้ว่าจะสตาร์ททำอะไรก็ไม่รู้ น้ำมันมันหมด เครื่องมันคงจะติดหรอก ) ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาดู เป็นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ตอนแรกก็ดูน่ากลัวเพราะเขามาเดินด้อมๆมองๆ แต่ไม่นานเขาก็พูดอะไรไม่รู้เราไม่ได้ยินและก็เดินไปเข็นท้ายรถให้ เขาต้องแข็งแรงมากแน่ๆเลยที่เข็นรถคันบะเอ้กที่ข้างในมีคนตัวโตอย่างอินี่นั่งอยู่ พอจะลงไปช่วยเข็นเขาก็บอกว่าไม่ต้อง ให้บังคับรถไป และแล้วก็มาถึงปั้มจนได้ค่า โอ้ย ดีใจมากมาย เราให้เงินพี่คนนั้นไปด้วย เขาก็บอกว่าไม่ต้อง ไม่เอา แต่ในใจของเราตอนนั้นคือ อยากให้จริงๆ เพราะนอกจากจะได้ตอบแทนน้ำใจเขาแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้พี่เขามีกะจิตกะใจอยากทำความดีต่อไปอีกด้วย สุดท้ายเราก็เลยเอาเงินใส่ในกระเป๋าอันเขาแล้วก็ชิ่งออกมาเลย ( อ้าว แอบเลว )หลังจากนั้นไม่นานก็ได้สติ โทรหาพ่อ พ่อก็เลยนั่งมอไซรับจ้างออกมาหาค่ะ ได้ตังเติมน้ำมันรถด้วย เย้
จากวันนั้นทำให้มุมมองที่เราเคยมองว่ามอเตอร์ไซด์รับจ้างเป็นพวกที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ( เพราะตอนเช้าๆพวกนี้ก็จะชอบมาส่งคนตรงไฟจราจร พอไฟเขียวรถก็จะออกจากซอยไม่ได้เพราะติดพวกนี้แหละ แถมชอบขับสวนทางและพอรถในเลนนั้นมาก็จะไม่ยอมหลบ กลายเป็นว่าเราต้องหลบเขาซะงั้น ) ตอนนี้ก็มองพวกเขาในทางที่ดีขึ้น เพราะอย่างน้อยที่สุดในกลุ่มนั้นก็ยังมีคนดี คนที่มีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่นอยู่ค่ะ ^_^
edit @ 2007/04/07 11:02:43
edit @ 2007/04/07 11:04:02
