2007/Apr/07

สวัสดีจ้า ช่วงนี้ฮิโตะก็ยังอยู่ในช่วงฝึกงานแหละ แต่อาทิตย์ที่แล้วได้เปลี่ยนจากงานเสิร์ฟ(และแอบจกอาหารกินในครัว) มาเป็นพนักงานฟร้อนท์จ้า งานฟร้อนท์หรือรีเซฟชั่นในโรงแรม เป็นที่ที่แรกที่ลูกค้าจะเข้ามาเพื่อมาติดต่อเช็คอินเข้าห้อง ซึ่งส่วนใหญ่ตามกฏสากลโลกแขกจะต้องเช็คอินหลังเที่ยงเพื่อให้แขกคนก่อนเช็คเอ้าท์ออกไปก่อน ดังนั้นอินี่ที่เข้างาน 8 โมงเช้าจึงไม่มีอะไรทำไปตามระเบียบค่ะ เช้ามาก็ยืนปั้นหน้าสวย เหล่คนโน้นทีคนนี้ที

แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละค่า ท่านผู้อ่านขา แบบว่าแขกประมาณ 50 เปอเซนของที่นี่.....หน้าตาจัดว่าดีปานกลางถึงดีมากค่า!!!!!! @_@ เนื่องจากจะเป็นฝรั่งเสียส่วนใหญ่และชาติที่เข้ามาเยอะมากๆก็จะเป็นเยอรมันกับฝรั่งเศส โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด พระเจ้าจอร์จทอดกล้วย หน้าตาหล่อๆนี่เดินกันให้ควั่กค่ะ แถมเวลามาเช็คอิน คุยกับฟร้อนท์ ก็จะยิ้มแย้มอัธยาศัยดีเป็นเลิศ ประมาณว่าถ้ายิ้ม 1 ครั้งลดราคาห้องให้เขา 100 บาท ป่านนี้ฮิโตะคงขาดทุนไปแล้วล่ะค่า ใจละลาย ทำงานฟร้อนนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง ฮุฮิ

แต่พวกที่อัธยาศัยแย่ๆก็มีไม่ใช่น้อยค่ะ แขกบางคนก็เอาแต่ใจตัวเอง บางคนพอขอบัตรเครดิตมาเพื่อค้ำประกัน ( อย่างที่เรารู้กันว่าเวลานอนโรงแรมส่วนมากจะต้องให้บัตรเครดิตหรือเงินสดเพื่อประกันว่าเราจะไม่ชิ่งหนี ไม่จ่ายค่าห้อง บลาๆ และเงินตรงนี้จะได้รับคืนเมื่อเช็คเอ้าท์แล้ว ) ก็จะไม่ยอมให้ เหมือนกับว่าเขาไม่เข้าใจ บางคนก็คิดว่าตัวเองหน้าตาน่าเชื่อถือพอที่จะไม่ต้องมีอะไรค้ำประกัน แต่ในโลกธุรกิจนี่เชื่อถือกันไม่ค่อยได้นะคะ ขนาดเพื่อนพ่อที่สนิทกันมา 20-30ปียังโกงกันได้เลย ดูเอาเต๊อะ =[]=

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มีอีกเรื่องที่น่าตืนตาตื่นใจไม่แพ้เรื่องฝรั่งหล่อค่ะ คือ เมื่อวานซืนหลังจากเลิกงาน ฮิโตะก็ขับรถกลับบ้านตามปกติ แต่ที่ผิดคาดคือรถติดยังกะปลากระป๋อง สงสัยเป็นคืนก่อน long weekend บางคนก็ออกมาเที่ยว บางคนก็ออกมาเคลียร์งาน บางคนก็ไปต่างจังหวัดกันเลยซะงั้น จากปรกติที่เคยขับแค่ 20-30 นาทีก็ถึงบ้าน กลายเป็น 2 ชม.ค่ะ แต่อันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องค่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากขับมาชม.ครึ่งจนประมาณ 200 เมตรจะถึงปั้มใกล้ๆบ้าน เครื่องยนต์ดับค่ะท่านผู้ชม... พอดูหน้าปัดปรากฏว่าน้ำมันหมด -__-" และที่มันตลกมากๆคือ น้ำมันดันมาหมดก่อนถึงปั้ม 200 เมตร!!!!!!!!!!!!!!!! โอ้ยยย อยากจะเอาหัวชนเต้าหู้ยี้ตาย รถมันก็ติดมากค่ะขยับไปไหนไม่ได้เลย พอไฟเขียวปุ๊ปรถข้างหลังก็บีบแตรไล่เรากันให้ควั่ก รู้สึกผิดและก็ตกใจมากๆเลยตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูก ขนาดจะโทรหาพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือยังคิดไม่ออกเลย ณ ตอนนั้น

หลังจากนั่งลองสตาร์ทรถอยู่ได้ 5 นาที ( ตอนนี้เพิ่งจะมาคิดได้ว่าจะสตาร์ททำอะไรก็ไม่รู้ น้ำมันมันหมด เครื่องมันคงจะติดหรอก ) ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาดู เป็นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ตอนแรกก็ดูน่ากลัวเพราะเขามาเดินด้อมๆมองๆ แต่ไม่นานเขาก็พูดอะไรไม่รู้เราไม่ได้ยินและก็เดินไปเข็นท้ายรถให้ เขาต้องแข็งแรงมากแน่ๆเลยที่เข็นรถคันบะเอ้กที่ข้างในมีคนตัวโตอย่างอินี่นั่งอยู่ พอจะลงไปช่วยเข็นเขาก็บอกว่าไม่ต้อง ให้บังคับรถไป และแล้วก็มาถึงปั้มจนได้ค่า โอ้ย ดีใจมากมาย เราให้เงินพี่คนนั้นไปด้วย เขาก็บอกว่าไม่ต้อง ไม่เอา แต่ในใจของเราตอนนั้นคือ อยากให้จริงๆ เพราะนอกจากจะได้ตอบแทนน้ำใจเขาแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้พี่เขามีกะจิตกะใจอยากทำความดีต่อไปอีกด้วย สุดท้ายเราก็เลยเอาเงินใส่ในกระเป๋าอันเขาแล้วก็ชิ่งออกมาเลย ( อ้าว แอบเลว )หลังจากนั้นไม่นานก็ได้สติ โทรหาพ่อ พ่อก็เลยนั่งมอไซรับจ้างออกมาหาค่ะ ได้ตังเติมน้ำมันรถด้วย เย้

จากวันนั้นทำให้มุมมองที่เราเคยมองว่ามอเตอร์ไซด์รับจ้างเป็นพวกที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ( เพราะตอนเช้าๆพวกนี้ก็จะชอบมาส่งคนตรงไฟจราจร พอไฟเขียวรถก็จะออกจากซอยไม่ได้เพราะติดพวกนี้แหละ แถมชอบขับสวนทางและพอรถในเลนนั้นมาก็จะไม่ยอมหลบ กลายเป็นว่าเราต้องหลบเขาซะงั้น ) ตอนนี้ก็มองพวกเขาในทางที่ดีขึ้น เพราะอย่างน้อยที่สุดในกลุ่มนั้นก็ยังมีคนดี คนที่มีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่นอยู่ค่ะ ^_^


edit @ 2007/04/07 11:02:43
edit @ 2007/04/07 11:04:02

2007/Mar/15

ช่วงนี้หายหน้าหายตาหายหัวไปปล่อยให้บล๊อคหยากไย่เกาะ จริงๆแล้วก็ไม่ได้ไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัดเหมือนคนอื่นๆเขาหรอกค่ะแต่ไปฝึกงานล่ะตัวเอ๊งงงง!!

เริ่มฝึกตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ( 12 มีนา ) ค่ะ ไปวันแรกอินี่ก็สายโด่งเลยค่ะ หัวหน้าก็ยังใจดีไม่ว่าอะไร แต่วันที่สองค่ะ งานเข้า 7 โมงเช้าตื่นมันซะ 7 โมงพอดี ฮ่าๆ ไปถึงก็ 8 โมงกว่า อะโห หัวหน้าเขม่นเลยค่ะทีนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ถึงขั้นโวยวายโฉ่งฉ่างหรอกค่ะ เขาก็คงเข้าใจว่ามันเช้ามาก ขนาดมีเรียน 8 โมง อินี่ก็ตื่นซะ 8 โมงมันพอดิบพอดี นับประสาอะไรกับ 7 โมงละค้า แต่ก็รอดตัวค่ะ เพราะไปฝึกงานเราไม่ได้เอาตังเขา เขาก็เลยไม่บ่นไม่จู้จี้มากมาย

ขอแจกแจงรายละเอียดนิส ตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่โรงแรงตวันนาค่ะ เป็นโรงแรมที่อยู่บนถนนสุริวงศ์ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับพัฒพงศ์นั่นเอง ตอนนี้ฝึกงานเป็นพนักงานเสิร์ฟค่ะ เสิร์ฟมันตั้งแต่ 7 โมงเช้ายัน 4 โมงเย็น จันทร์ถึงศุกร์ ไปวันแรกๆนี่ปวดขามากค่ะโดยเฉพาะตอนเช้าเพราะมันเป็น american breakfast ถ้าใครเคยกินข้าวเช้าโรงแรมคงจะนึกออก ที่เป็นแบบให้บริการตัวเองนั่นแหละค่ะ อ่าว แล้วทำไมถึงเหนื่อย ไม่ต้องเสิร์ฟอะไรมากมายหนิ ใช่ค่ะ ไม่ได้เหนื่อยตรงเสิร์ฟแต่เหนื่อยตรงเก็บจานค่ะ เพราะจานที่นี่หนักมากกกกกกก ถือสามใบก็เหมือนยกดัมเบลหนึ่งอันพอดี คงกะจะให้พนักงานเสิร์ฟได้ออกกำลังหล้ามเนื้อแขนไปในตัวกระมัง

ซ้ำร้ายหัวหน้าเขายืนยันนอนยันว่าเวลาถือถาดต้องถือมือเดียวและที่สำคัญเวลาเสิร์ฟหรือเก็บจานก็ห้ามวางถาดบนโต๊ะของลูกค้าเป็นอันขาด มันดูไม่สุภาพ แล้วนึกสภาพสาวขี้โรคบอบบางอย่างเรา ( ตะแหลลลลลล... )แบกจานไว้บนถาด5 ใบ แก้วน้ำทรงสูงอีก 2-3 อันแถมแขกคนนู้นคนนี้ก็เรียกจะเอานู่นนี่ๆๆๆ ทำมาได้ 4 วัน ตอนนี้แขนเริ่มมีกล้ามขึ้นแล้วค่ะ แต่มีข้างเดียวนะเพราะใช้แค่มือขวาถือ เอิ๊กๆๆ ต่อไปคงจะมีแขนสองข้างไม่เท่ากันเหมือนภราดร กร๊ากกกกก ( โหสินะ ภราดรคุง )

แต่พูดถึงงานก็สนุกดีนะคะ ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด วันๆก็เจอลูกค้าหลายประเภทดี มีตั้งแต่แบบที่เฮฮา ประมาณว่าพี่แกเห็นกระจั๊ววิ่งปรู๊ดผ่านหน้าก็ขำเอิ๊กแล้วถามว่าที่นี่มีสัตว์เลี้ยงด้วยหรอ ไปจนถึงแบบที่ขี้วีนสุดๆ โค้กไม่ซ่านิดนึงก็ขอเปลี่ยนขวดใหม่เลย แต่ก็เข้าใจค่ะ มาทานอาหารโรงแรม ราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ลูกค้าก็ต้องหวังสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองแหละ

นอกจากลูกค้าขี้วีนแล้วก็ยังเจอพนักงานขี้เบ่งค่ะ ไม่ได้พูดถึงเรื่องห้องน้ำนะคะแต่พูดถึงนิสัยที่ประมาณว่าข้ามีเงินเดือนมากกว่าพวกเอ็งเพราะงั้นข้ามีสิทธิ์ด่าพวกเอ็งได้ กั่กๆๆๆๆๆๆๆ ( หัวเราะนี่เติมเองนะ ) ถ้าเป็นหัวหน้าแผนกว่าเราเราจะไม่บ่นสักคำค่ะ แต่นี่เป็นแผนกอื่นซึ่งไม่มีสิทธิ์มาว่าเด็กฝึกงานที่อยู่คนละแผนกเสียๆหายๆ ฮิโตะไม่ได้โดนกับตัวเองหรอกค่ะแต่เด็กฝึกงานอีกคนโดน ประมาณว่าวางช้อนส้อมผิดด้านกับเสิร์ฟน้ำผ่านหน้าเขาหน่อยเดียวพี่แกโวยวายซะยกใหญ่ กลับกลายเป็นว่าวันนี้หัวหน้า(ที่ลอบสังเกตมานาน)ทนไม่ได้ค่ะเรียกพวกเด็กฝึกงานซึ่งมีเราและก็เด็กอีก 2 คน ไปคุย เขาบอกว่าถ้าเจอคนๆนี้มาอีกอย่าไปกลัวและอย่าไปเถียง พวกเราไม่ผิด เพราะมาฝึกงานได้แค่ 4 วัน จะคาดหวังให้เป็นมืออาชีพเลยไม่ได้หรอก หัวหน้าบอกว่าถ้าเขาว่าอะไรอีกก็ไม่ต้องสนใจเดี๋ยวหัวหน้ารับหน้าแทนเอง โอ พอรู้ว่าหัวหน้าหนุนหลังเท่านั้นล่ะค่ะ มีใจทำงานเพิ่มขึ้นเป็นกอง อิอิ

งานเสิร์ฟในโรงแรมไม่ได้ง่ายอย่างที่ฮิโตะเคยคิดเลยค่ะ ไม่นับเรื่องที่ต้องยืนมันเป็นชั่วโมงๆแล้ว ยังมีเรื่องจุกจิกให้เรียนเยอะมากเช่น วางแก้วน้ำยังไง รินเหล้ารินเบียร์ยังไง ช้อนส้อมวางยังไง เครื่องมือใดใช้กับอาหารแบบไหน นอกจากนี้ยังต้องรับมือกับลูกค้าหลายประเภทอีก โอ้ย เยอะแยะมากมายค่ะ ต่อไปถ้าได้มีโอกาสมาทานอาหารโรงแรม จะจำไว้เลยค่ะว่าจะไม่เรื่องมากกับพนักงานเสิร์ฟ =[]=" รู้ซึ้งค่ะรู้ซึ้ง ฮึ่มๆ

ถ้าใครว่างๆและอยากแวะมาเยี่ยมเยียนก็เชิญนะค้า สถานที่บอกไปแล้ว อ้อ ฮิโตะทำอยู่ที่ห้องตวันนา ค่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าอาหารแอบแพงค่ะ ก๋วยเตี๋ยวจานละ 100++ แต่อาหารที่นี่คุ้มราคาเพราะให้เยอะมากกกกก จานเดียวอิ่มค่ะ และอีกอย่างที่สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคือ..........

อย่าลืมทิปพนักงานเสิร์ฟเยอะๆนะคะ!!!! อิอิอิอิ

2007/Mar/01

ก็ผ่านพ้นไปแล้วค่ะกับการสอบปลายภาค ตอนอยู่ม.ปลายนึกว่าสอบของมหาลัยจะง่าย เปิดหนังสืออ่านผ่านฉลุยในห้องสอบ แต่ที่ไหนได้ อักษรนี่เล่นจำลูกเดียวจริงๆค่ะท่านผู้ชมที่เคารพ ตอนอยู่ปีหนึ่งก็มุมานะขยันขันแข็ง ตั้งหน้าตั้งตาอ่านมากเลยนะ แต่ตอนนี้จะขึ้นปี 4 แล้ว รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการสอบมากกกก...

จริงๆวิชาที่ลงเทอมนี้ก็มีแต่ตัวท่องจำทั้งนั้น แต่อินี่ชะล่าใจค่ะ นึกว่าอาจารย์จะปราณี แถมไอ่เราก็เข้าไปนั่งฟังบรรยายครบทุกคาบ คงไม่น่ามีปัญหาอะไร อาทิตย์ที่แล้วก็เลยชิวค่ะ อ่านไปเล่นเกมออนไลน์ไป ชีวิตสุขี เจอสอบเข้าไปแล้ววันแรก อืม ทำได้ๆ วันที่สอง อืม..พอถูไถน่า วันที่สาม...ชะเฮ้ย ทำไมมันเหมือนไม่เคยเจอคำนี้มาก่อนเลยในชีวิตเลยวะ และวันที่สี่วันสุดท้ายซึ่งก็คือวันนี้.....ก็จบชีวิตไปเลยค่า T[]T

โอ้ว อาจารย์ซานตาครอสที่ออกข้อสอบวันนี้แกทำไปด้ายย ตอนเรียนกะเฮียแกสนุกมาก คือ แกเป็นคนอังกฤษ ก็ชอบนั่งด่าคนอเมริกันด้วยสำเนียงอังกฤษ บางทีว่างๆก็นั่งด่ายีราฟ ด่าหมูหมากาไก่ไปเรื่อย แถมตอนเรียนก็ทำท่าทาง+เสียงล้อเลียนประกอบ poem ที่เรียนต่างๆ ขำกันใหญ่ แต่พอข้อสอบออกมา...โอ....อยากจะเอาหัวชนเต้าหู้ยี้ตาย คือ จริงๆถ้าอ่านมา text มันก็ทำได้หรอก แต่เมื่อคืนวาน ทั้งๆที่กะจะอ่านหนังสือเต็มพิกัด ปรากฏว่า เปิดทีวีผ่านช่องนึงพอดี มีเทปบันทึกงานประกาศรางวัลออสการ์!!!! อินี่ก็ชั่งใจแล้วค่ะว่าออสการ์กับใบเกรดจะเลือกอะไร ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ นั่งดูมันตั้งแต่ทุ่มนึงตอนเร้ดคาเพทไปจนถึง 4 ทุ่มกว่า โดนมุขของ host ออสการ์เข้าไปหลายดอก เจ๊แกฮาได้ประทับใจจ๊อดมากๆ แต่แปลกตรงที่เพิ่งเคยเห็นออสการ์มี host เป็นผู้หญิงเนอะ แต่เจ๊แกขำจริงๆค่ะ ว่าไม่ได้

ตอนนี้ก็ยังคงวนเวียนหาม้าคู่ใจอยู่เหมือนเดิมค่ะ ไปเจอมาอีกตัวนึงแล้ว น่ารักมากเลย สีเหมือนม้าตัวเอกในการ์ตูนเรื่อง spirit เลยแหละ ^^ แต่นี่เป็นตัวเมีย วันอาทิตย์นี้ก็จะไปลองดูอีกรอบแล้วต่อราคากับเจ้าของม้าอีกที เราส่งเมลล์ไปบอกเรื่องที่เรากำลังหาม้าส่วนตัวกับเพื่อนที่อังกฤษ ( ฟังดูไฮโซดีเนอะ แต่จริงๆแล้วเขาเป็นแค่ลูกสาวของเพื่อนแม่ที่บังเอิญรู้จักกัน ได้คุยกันไม่กี่ครั้งเอง แต่อินี่ก็ขอเมลล์ติดต่อเขาเรียบร้อยเลยค่ะ นานๆทีเจอคนชอบม้าเหมือนกันมันก็อยากจะคุยกันเยอะๆอ่า )she ก็ชอบใจมากและก็ตั้งชื่อกิ๊บเก๋เกี่ยวกับการตามหาม้าของเราว่า Horse Hunting Quest ค่ะ วุ้ย ชื่อยังกะเกม RPG =[]= แต่น่ารักดีนะ ชอบๆ

ถ้าพ่อตกลงราคาได้ก็เรียบร้อยละ ลงตัว ถ้ายังไงคราวนี้ไปจะไม่ลืมถ่ายรูปมาค่ะ >< ( คราวที่แล้วถ่ายแบบเคลื่อนไหวมา จะเอาไปให้คนที่เชียวชาญม้าดูให้ ปรากฏว่าลืมเอากล้องไปตอนที่ไปเจอเขาซะงั้น แล้วจะถ่ายมาเพื่อ... T T )